วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

จำนวนเฉพาะ

จำนวนเฉพาะ

          การหาจำนวนเฉพาะไม่ใช่เรื่องยาก หากจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในวงจำนวนไม่เกินสองหลัก เช่น จำนวนเฉพาะห้าจำนวนต่อไปถัดจาก 2 คือ 3, 5, 7, 11 และ 13 ตามลำดับ จำนวนเฉพาะจำนวน ต่อไปถัดจาก 13 คือ 17 จำนวนเฉพาะจำนวนต่อไปถัดจาก 41 คือ 43 เป็นต้น อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเส้นจำนวนจะเห็นได้ว่า การกระจายของจำนวนเฉพาะบนเส้นจำนวนนั้นไม่มีรูปแบบที่แน่นอน บางทีเราพบจำนวนเฉพาะที่เกาะกลุ่มกัน เช่น 2, 3, 5, 7 แต่บางครั้งเราก็พบจำนวนเฉพาะที่ทิ้งช่วงห่างกัน เช่น 61, 71 นักคณิตศาสตร์ได้พยายามค้นหาวิธีการที่จะได้มาซึ่งข้อสรุปเกี่ยวกับระยะห่าง ระหว่างจำนวนเฉพาะ p และจำนวนเฉพาะที่อยู่ถัดไปบนเส้นจำนวน

          ประมาณ ปลายเดือนมีนาคม 2546 นี้เอง Dan Goldston จาก San Jose State University และ Cem Yalcin Yildrim จาก Bogazici University ประเทศตุรกี ได้นำเสนอบทพิสูจน์อันจะนำไปสู่คำตอบเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างจำนวนเฉพาะ และนำไปสู่การพิสูจน์ “Twin Prime Conjecture” ที่กล่าวไว้ว่า Twin Primes หรือ จำนวนเฉพาะคู่ที่มีผลต่างกันอยู่สองนั้นมีจำนวนมากมายไม่มีที่สิ้นสุด นักคณิตศาสตร์ทั้งสองท่านได้นำเสนอผลงานดังกล่าว ณ สถาบันคณิตศาสตร์อเมริกัน (American Institute of Mathematics) การค้นพบดังกล่าวเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมากในวงการคณิตศาสตร์

           หนึ่งเดือนถัดมา Andrew Granville จาก Universite de Montreal และ K. Soundararajan จาก the University of Michigan ได้พบจุดบกพร่องในบทพิสูจน์ของ Goldston และ Yildrim ว่าพจน์ที่กำหนดให้เป็นค่าความคลาดเคลื่อน มีขนาดเดียวกับพจน์หลัก จึงทำให้บทพิสูจน์ดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

          อย่างไรก็ดี สิ่งที่ Goldston และ Yildrim ได้ค้นพบนั้นทำให้การพิสูจน์ Twin Primes Conjecture เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกต่างหวังว่าในที่สุด Goldston และYildrim เอง หรือนักคณิตศาสตร์ท่านอื่น ๆ จะสามารถแก้ไขจุดบกพร่องในบทพิสูจน์ดังกล่าว และสามารถพิชิต Twin Primes Conjecture ซึ่งมีอายุกว่าร้อยปีและยังไม่มีใครพิสูจน์ได้เสียที


**ตรวจสอบวิธีการตรวจความเป็นจำนวนเฉพาะ**  


         สมมติ มีคำถามว่า 331 เป็นจำนวนเฉพาะหรือเปล่า ? ทุกคนก็คงจะเริ่มด้วยการประมาณค่ารากที่สองของ 331 ซึ่งได้ประมาณเกือบๆ 18 จากนั้นก็เริ่มเอาจำนวนเฉพาะไปหาร 331 ดู โดยเริ่มจาก 2 3 5 7 ไปเรื่อยๆ แต่พอเราลองไปจนถึง 17 แล้วยังไม่มีจำนวนเฉพาะสักตัวหาร 331 ลงตัว เราก็หยุดและสรุปว่า 331 เป็นจำนวนเฉพาะ โดยไม่ต้องลองเอาจำนวนเฉพาะอื่นๆ ไปหาร 331 อีกต่อไป มีวิธีคิดดังนี้คือ
        ให้ n เป็นจำนวนนับใดๆ (n เป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่ก็เป็นจำนวนประกอบเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง) สมมติว่า n เป็นจำนวนประกอบ

         จำนวนประกอบคือจำนวนที่มีจำนวนอื่นนอกจาก 1 และตัวมันเองที่หารมันลงตัว
ดังนั้นมีจำนวนนับ a โดย a หาร n ลงตัว และ 1 < a < n

นั่นคือจะมีจำนวนนับ b ที่ 1 < b < n และ n = a * b

        โดยไม่เสียนัยสำคัญกำหนดให้ a <= b (ถ้า a > b ก็ให้สลับค่า a กับ b)

        สังเกตว่า a = รากที่สองของ a2 ≤ รากที่สองของ (a*b) = รากที่สองของ n
        สรุป ก็คือ ถ้า n เป็นจำนวนประกอบแล้วจะต้องมีจำนวนนับที่มีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับรากที่สอง ของ n ที่หาร a ลงตัว ถ้าไม่อย่างนั้น n ก็เป็นจำนวนเฉพาะ 

ที่มาข้อมูล : โกสุม กรีทอง

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส
        
       สรุปความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของด้านทั้งสามของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

                         

จากรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ABC จะได้



  
             ดังนั้นเราจึงนำคุณสมบัติเหล่านั้นไปหาความยาวของด้านต่างๆ ของสามเหลี่ยมมุมฉากได้ เมื่อทราบความยาวของ
ด้าน 2 ด้าน แล้ว


ตัวอย่างทฤษฎีบทพีทาโกรัส 
 
ตัวอย่างที่ 1
จากรูป จงหาค่า C
วิธีทำ


ตัวอย่างที่ 2
จากรูปจงหาค่าของ a
วิธีทำ


ตัวอย่างที่ 3
    
โทรทัศน์เครื่องหนึ่งมีหน้าจอที่วัดตามเส้นทแยงมุมได้ 29 นิ้ว หน้าจอโทรทัศน์สูง 20 นิ้ว จงหาว่าหน้าจอโทรทัศน์ยาวกี่นิ้ว
วิธีทำ
     
กำหนดให้สามเหลี่ยม ABCเป็นส่วนหนึ่งของโทรทัศน์โดยมี BC เป็นความยาวของหน้าจอโทรทัศน์
จะได้

ดังนั้น หน้าจอโทรทัศน์ยาว 21 นิ้ว
ตอบ 21 นิ้ว

เทคนิคการคูณเลข



**เทคนิคการคูณเลข**


       
         วันนี้เรามีเทคนิคการคูณเลข มาฝากค่ะ
มีวิธีง่ายๆอีกวิธีหนึ่งในการคูณเลขสองหลัก เมื่อเลขสองหลักนั้น
        1. หลักหน่วยบวกกันแล้วได้เท่ากับ10
        2. หลัก 10 มีค่าเท่ากัน เช่นในรูปภาพ
image
          เมื่อพิจารณาเลข 72 กับ 78 จะเห็นว่าหลักหน่วยคือ 2 

กับ 8 เมื่อบวกกันจะได้ 10 หลักสิบก็คือเลข 7 คือเลขที่มี
ค่าเท่ากัน

วิธีคูณกันง่ายๆมีดังนี้ค่ะ
          1.เอาหลักหน่วยคูณกับหลักหน่วยเขียนคำตอบลงไป
          2.เอา 1 ไปบวกกับหลักสิบ ตัวหนตัวเดิม
             เขียนคำตอบลงไว้ก่อนคำตอบในขั้นที่ 1
          3.เลขที่เขียนต่อกันนี้จะเป็นคำตอบของผลคูณ
                               ****************

วิธี ดังภาพ
  
image
ง่ายมั้ยละค่ะ^^ 



ที่มา  http://www.tlcthai.com/education/knowledge-online/content-edu/math-content-edu/15847.html