| • คู่อันดับ |
คู่
อันดับประกอบด้วยสมาชิก 2 ตัว เขียนแทนคู่อันดับในรูป (a,b) โดยที่ a
เป็นสมาชิกตัวหน้าและ b เป็นสมาชิกตัวหลัง อันดับของสมาชิกถือว่าสำคัญ
กล่าวคือการสลับที่กันระหว่างสมาชิกทั้งสองอาจทำให้ความหมายของคู่อันดับ
เปลี่ยนไปได้ |
| |
สมบัติของคู่อันดับ |
| |
1. (a,b) = (b,a) ก็ต่อเมื่อ a = b |
| |
2. ถ้า (a,b) = (c,d) แล้วจะได้ a = c และ b = d |
| |
3. ถ้า (a,b) ≠ (c,d) แล้วจะได้ a ≠ c หรือ b ≠ d |
| |
|
|
|
|
|
| • ผลคูณคาร์ทีเซียน |
| ผล
คูณคาร์ทีเซียนของเซต A และเซต B คือเซตของคู่อันดับ (a,b) ทั้งหมดซึ่ง a
เป็นสมาชิกของเซต A และ b เป็นสมาชิกของเซต B และเขียนแทนด้วย A× B |
| |
นั่นคือ A× B = { (a,b) | a ∈ A และ b ∈ B } |
| |
สมบัติของผลคูณคาร์ทีเซียน |
| |
กำหนด A, B และ C เป็นเซตใดๆ แล้ว |
| |
1.
|
A× B ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ B × A |
| |
A× B = B × A ก็ต่อเมื่อ A = B หรือ A = Ø หรือ B = Ø |
| |
A× B ≠ B × A ก็ต่อเมื่อ A ≠ B ≠ Ø |
| |
2. |
A × Ø = Ø × A = Ø |
| |
3. |
A × ( B
∪
C )
|
= (A× B) ∪(A × C) |
| |
|
(A ∪ B)
× C |
= (A× C) ∪(B × C) |
| |
4. |
A × ( B
∩ C ) |
= (A× B) ∩ (A × C) |
|
|
| |
|
(A ∩ B)
× C |
= (A× B) ∩ (B × C) |
|
|
| |
5. |
A × ( B
-
C ) |
= (A× B) - (A × C) |
|
|
| |
|
(A - B)
× C ) |
= (A× C) - (B × C) |
|
|
| |
6. |
ถ้า A ⊂ B แล้ว A × C ⊂ B × C |
| |
7. |
ถ้า A และ B เป็นเซตจำกัดแล้ว n( A × B ) = n(A) × n(B) |
| |
8. |
ถ้่า A เป็นเซตอนันต์ และ B เป็นเซตจำกัด ซึ่ง B ≠ Ø แล้ว A × B เป็นเซตอนันต์ |

| • ความสัมพันธ์ |
กำหนด A และ B เป็นเซตใดๆ แล้ว r เป็นความสัมพันธ์ จากเซต A ไปเซต B ก็ต่อเมื่อ r เป็นสับเซตของ A× B
และ ถ้า r เป็นสับเซตของ A× A แล้ว r เป็นความสัมพันธ์ในเซต A
|
| |
ตัวอย่างเช่น |
กำหนด A = {1, 2, 3}, B = { 0, 2, 4} และ r = { (x,y) ∈ A× B | y = 2x } |
| |
|
∴
|
r = { (1,2), (2,4) } |
| |
หมายเหตุ |
(x, y) ∈ r อาจเขียนแทนด้วย x r y |
| |
|
| |
โดเมน และเรนจ์ของความสัมพันธ์ |
| |
กำหนด r เป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B |
| |
โดเมนของ r คือ เซตของสมาชิกตัวหน้าของคู่อันดับใน r เขียนแทนด้วย Dr |
| |
|
| |
เรนจ์ของ r คือ เซตของสมาชิกตัวหลังของคู่อันดับใน r เขียนแทนด้วย Rr |
| |
|
| |
| |
หลักการหาโดเมน และเรนจ์ของความสัมพันธ์ เมื่อกำหนด r แบบบอกเงื่อนไขมาให้ |
| |
1. เมื่อต้องการหาโดเมน ให้จัด y ให้อยู่ในรูปของ x แล้วพิจารณาค่า x ทั้งหมดที่ทำให้ y หาค่าได้ และ (x,y) ∈ r
2. เมื่อต้องการหาเรนจ์ ให้จัด x ให้อยู่ในรูปของ y แล้วพิจารณาค่า y ทั้งหมดที่ทำให้ x หาค่าได้ และ (x,y) ∈ r |
| |
ตัวอย่างเช่น กำหนด r = { (x,y) ∈ R× R | } |
| |
|
| 1. หา Dr : |
 |
|
| |
|
นั่นคือ y หาค่าได้เมื่อ x-2 ≠ 0 |
| |
|
∴ Dr = R - {2} = { x | x ≠ 2 } |
| |
|
| 2. หา R r : |
 |
|
| |
|
นั่นคือ x หาค่าได้เมื่อ y ≠ 0 |
| |
|
∴ Rr = R - {0} = { y | y ≠ 0 }  |
ที่มา:http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/math04/07/2/BasicMathForM4/rela_d&r.html
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น